สวัสดีค่า อีกคลิปคลอดออกมาละจ้า
คราวนี้จะพาไปเที่ยวเชจูกันค่ะ!

เชจูเป็นเกาะที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวเกาหลี และชาวต่างชาตินิยมไปพักผ่อนหย่อนใจกันที่นี่ เปรียบเสมือนเป็นเมืองตากอากาศของชาวเกาหลีค่ะ เชจูเป็นเกาะที่มีปากปล่องภูเขาไฟที่ดับแล้วอยู่ตรงกลางเกาะ เนื่องด้วยสภาพภูมิประเทศอันหลากหลาย จึงทำให้มีที่เที่ยวเยอะมากๆ ฝนไปมาทั้ง ชายหาด น้ำตก ภูเขา หน้าผา เก็บส้ม เสพย์งานอาร์ตของคุณป้า ยาโยอิ และกินหมูดำ (ที่ไปมาทั้งหมดในคลิปนี้ไปยังไม่ถึงครึ่งนึงของเกาะเลยค่ะ) ยังไงลองติดตามชมกันนะคะ 🙂

ทริปนี้เกิดขึ้นมาเนื่องจากทำงานแล้วเครียดมาก ร่างกายต้องการ การเที่ยว 555 เลยไปมันเลย 10 วันจ้า เก็บเงินมานานเพื่อสิ่งนี้ ก็ขอใช้สักหน่อยเนอะ 🙂 ตอนแรกก็จะมีเพื่อนไปด้วยแหละ แต่สุดท้ายล่ม จึงเกิดความคิดว่า เที่ยวก็เดียวก็ได้จะไปรอใครทำไม ทริปไปเกาหลีคนเดียวจึงเกิดขึ้นค่ะ ไปหลายๆเมืองในเกาหลีด้วย ส่วนใหญ่ก็จะเป็นเมืองท่องเที่ยวที่รองลงมาจากโซลทั้งหมดเลย

เมืองที่จะไปก็มี ทั้งหมด 3 เมือง 2 เกาะ ด้วยกันค่ะ (จะมาอัพเดตเรื่อยๆนะ)

รีวิวเที่ยวเกาหลี 12 วัน 11 คืน

งบประมาณ

  • ค่ากิน,ค่าช้อป 25,000.-
  • ค่าตั๋ว (รวมระหว่างเมือง (ไปกลับ กรุงเทพ โซล, โซล-ปูซาน, ปูซาน-เชจู​, เชจู-โซล) ประมาณ 12,500
  • ค่า Airbnb 11 คืน ประมาณ 15,000.-
  • ค่าแท๊กซี่ทัวร์ส่วนตัวในเกาะเชจู 1 วัน 4,800.-
  • ค่า sim2fly 399.-

 

ฝนทำ Map ใน google Pin สถานที่ต่างๆ เอาไว้ดูตอนไปที่นู่นนะคะ
https://goo.gl/maps/VVXHHPgadg6SX9K39
(มีสถานที่ที่นอกเหนือจากที่ได้ไปมาด้วยเพราะแพลนเผื่อๆไว้ค่ะ)

แชร์เอาไว้ให้เผื่อใครอยากลองวางแผนเที่ยวบ้าง

Jeju Island

Day 1

ฝนถึงเชจูประมาณบ่ายแก่ๆค่ะ เดินทางมาจากปูซาน (http://fxxkbeauty.com/vlog-17-busan/)
จากนั้นก็เอากระเป๋าวางที่ AirBnB ค่ะ (กดไปจอง ที่นี่ ได้ส่วนลดด้วยค่า)

Jeju จะแบ่งออกเป็นสองฝั่ง คือ
ฝั่งเหนือหรือ Jeju City กับฝั่งใต้ Seogwipo City ค่ะ
ฝนเลือกที่พักที่ใกล้สนามบินในฝั่ง Jeju City เพราะไฟลท์เป็นตอนเช้า กลัวไปจาก Seogwipo ไม่ทันค่ะ ที่ค่อนข้างกว้างขวาง สะอาด ราคาก็ไม่แพง ไปกัน 3 คนยังคิดว่านอนพอสบายๆเลยค่ะ

(ฝนเลือกพักที่ห้องนี้ค่ะ)

 

จากนั้นก็รีบไปที่ชายหาด iho tewoo ค่ะ มีแลนด์มาร์กเป็นประภาคารรูปม้าสองตัว สีแดงกับสีขาว น่ารักมากๆ 🙂
แถวนั้นมีคาเฟ่น่ารักเยอะมากๆ แต่ฝนไปถึงช้าคาเฟ่ปิดเกือบหมดเลย เลยรีบกลับบ้านไปพักผ่อนค่ะ

Day 2

ฝนใช้บริการ Private Taxi Tour ของบริษัทนี้ค่ะ https://jejutour.club/
คุณลุงน่ารักแต่เราไม่ได้เลือกคนที่พูดภาษาอังกฤษเก่งมา เพราะต้องจ่ายแพงกว่า และเราก็พอพูดภาษาเกาหลีได้นิดหน่อยเลยพอสื่อสารกันรู้เรื่องค่ะ
ราคาก็ค่อนข้างเอาเรื่องอยู่แต่ด้วยความที่อยากจะไปเที่ยวจริงๆ แต่ร่างกายไม่พร้อมจึงยอมจ่ายค่ะ
ถ้ามากันสักสี่คน ราคาจะโอเคมากๆเลยนะ แล้วก็ไปที่ไหนก็ได้ตามใจเลย สะดวกสบายค่ะ

Stop 1: Saebyeol Oreum

เป็นภูเขาลูกใหญ่ๆ ที่มีดอกหญ้าแบบนี้อยู่ทั่วทั้งลูกเลยค่ะ

ฝนได้แต่เดินถ่ายรูปชิคๆ เก๋ๆ เพราะมันสูงมากเลยไม่ได้เดินขึ้นไปจนถึงยอดค่ะ
ถ้าไปถึงยอดจะเห็นวิวของเมืองเชจูไปไกลสุดลูกหูลูกตาเลยค่ะ

Stop 2: Bonte Museum

เป็นพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมงานศิลปะของศิลปินไว้หลากหลายค่ะ
มีทั้งแบบเกาหลีดั้งเดิม

และศิลปะสมัยใหม่ที่มีความ modern ใน gallery อื่นๆ

ตัวพิพิธภัณฑ์เองก็ถือว่าเป็นสถาปัตติยกรรมที่สวยงามได้รับการดีไซน์ที่ออกแบบมาอย่างดี

ไฮไลต์ของที่นี่สำหรับฝนคือห้อง Infinity Mirrored Room ของคุณป้า Yayoi Kusama ค่ะ
สวยมากๆ เหมือนอยู่ในวังวนอะไรสักอย่าง

Stop 3: Jusangjeolli Cliff

เป็นความสวยงามทางธรรมชาติที่เห็นได้ เมื่อลาวาเย็นตัวลงเมื่อเจอกับน้ำทะเล ทำให้เกิดแท่งหินบะซอลต์แบบนี้ค่ะ สวยแปลกตา หาดูที่ประเทศไทยไม่ได้เลยต้องมาดูที่นี่ 555

Stop 4: Cheongjeyeon Falls


น้ำตก Cheongjeyeon เป็นสถานที่ที่มีน้ำตกหลากหลายอัน ด้วยความสูงที่แตกต่างกันค่ะ สวยงาม และน้ำไหลแรงมากกกกกก ทำให้บรรยากาศร่มรื่น เย็นสบาย เดินไปก็ไม่เหนื่อยเลยค่ะ ทางเดินเค้าทำไว้ดีมาก สามารถเดินได้สบายไม่ลื่นแน่นอนค่ะ

Stop 5: Oedolgae

นี่คือโขดหินรูปร่างเป็นแท่ง สูงประมาณ 20 เมตร เนื่องจากโดนน้ำทะเลกัดเซาะค่ะ
ตามตำนานเล่าว่าก้อนหินคือคุณย่าที่มารอคุณปู่นานมากจนกลายเป็นหินเลยมีชื่อเล่นว่าหินคุณย่าค่ะ

Stop 5: JeongBang Falls


เป็นน้ำตกที่ตกลงมาจากหน้าผา แล้วไหลลงสู่ทะเลเลยทันที สถานที่แบบนี้บนโลกของเรามีไม่เยอะค่ะ ที่น้ำตกนี้ก็เป็นหนึ่งในนั้น
สวยมากๆ แต่ขอบอกว่าน้ำไกลแรงมากๆ จนพูดกันไม่ได้ยิน  555

Stop 6: Citrus Museum

เนื่องจากตอนที่เราไปมันเป็นหน้าส้ม เราวอแวให้คุณลุงพาเราไปเก็บส้มให้ได้ 555 คุณลุงเลยพาเรามาเก็บส้มที่พิพิธภัณฑ์ส้มค่ะ เค้าจะให้ถุงมา ใส่ส้มกลับไปทานที่บ้านได้


หรือใครอดใจไม่ไหวแกะทานจากต้นเลยก็ได้ โอ้โห อร่อยมากๆ เรากินไปหลายลูกเลย ส้มชนิดนี้ไม่มีเม็ด เนื้อหวานฉ่ำมาก ตอนที่ทานอากาศก็เย็นๆ ฟินมากจ้าาา


Stop 7: Dongmun Market

ใครอยากหาซื้อของฝากและกิน Street Food หมูดำต่างๆ ให้มาทานได้ที่ตลาดนี้จ้ะ
ของฝากมีหลายแบบมากๆแต่ที่เชจูสิ่งที่ดังๆก็จะเป็นส้มเลยจะมีผลิตภัณฑ์ที่แปรรูปจากส้มให้เห็นเยอะ

ก็จบไปแล้วนะคะสำหรับการเที่ยวที่เชจู ของเมืองอื่นๆจะตามมาเร็วๆนี้ค่ะ รอติดตามกันด้วยน้า 🙂

♡ กด subscribe สำหรับวีดีโอต่อๆไป http://bit.ly/fxxkbeautysubbie
♡ กดติดตามบน INSTAGRAM https://instagram.com/fxxkbeauty
♡ กดไลค์บน FACEBOOK https://www.facebook.com/fxxkbeauty

Share This